ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ TMB Group 3 Blog

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

โปรโมชั่นใหม่ New Promotion





บัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง
ฉลองความสำเร็จ กับบัญชีที่คนกว่าครึ่งล้านเปิดใช้
เปิดบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง วันนี้
 
• รับดอกเบี้ยพิเศษ 3% ถึง 31 ก.ค. 55
• ถอนเมื่อไรก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำ
โอกาสเดียว อย่าพลาด!
วันนี้ ถึง 31 ก.ค. 55 เท่านั้น ที่ ทีเอ็มบี ทุกสาขา
มีบัญชีเงินฝากไม่ประจำแล้ว (เปิดบัญชีก่อน 1 มิ.ย. 55)
ไม่ต้องเปิดใหม่ เมื่อฝากเพิ่ม* รับดอกเบี้ยพิเศษ 3%
ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 55
* ยอดเงินฝากเพิ่ม คือ ยอดเงินส่วนที่เกินจากยอดเงินคงเหลือในบัญชี ณ สิ้นวันที่ 31 พ.ค. 55
ตัวอย่างวิธีการคำนวณ
  • สิ้นวันของวันที่ 31 พ.ค. 55 ลูกค้ามียอดเงินคงเหลือ 100,000 บาท
  • ลูกค้านำเงินมาฝากเพิ่ม ในวันที่ 1 มิ.ย. 55 จำนวน 200,000 บาท ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยพิเศษ 3% (ดอกเบี้ยปกติ + ดอกเบี้ยโบนัส)
  • ดอกเบี้ยโบนัสจะคำนวณให้เฉพาะยอดเงินฝากเพิ่มและจำคำนวณให้จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 55 เท่านั้น เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยปกติตามประกาศธนาคารฯ
     
เงื่อนไขของการรับดอกเบี้ยโบนัส
  • โครงการฉลองกับบัญชีฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง มีระยะเวลาตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 55 เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว ดอกเบี้ยจะเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยปกติตามประกาศธนาคารฯ
  • บัญชีใหม่ที่เปิดระหว่างโครงการและบัญชีที่เปิดก่อนโครงการ มีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ยโบนัสตามประกาศธนาคารฯ
  • สำหรับยอดเงินส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป จะไม่ได้รับดอกเบี้ยโบนัส
  • ดอกเบี้ยโบนัสจะคำนวณจากยอดเงินคงเหลือ ณ สิ้นวัน และจะจ่ายเข้าบัญชีตามรอบปกติในเดือน ธ.ค. 55
  • บัญชีที่ปิดก่อนวันที่ 4 ส.ค. 55 จะไม่ได้รับดอกเบี้ยโบนัส แต่ยังคงได้รับดอกเบี้ยปกติ
  • ลูกค้า 1 ท่าน เปิดบัญชี (ทุกสาขารวมกัน) ได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น กรณีที่มีมากกว่า 1 บัญชีหรือปิดบัญชีเดิมแล้วเปิดบัญชีใหม่ ในช่วงระยะเวลาของโครงการ ธนาคารฯ ถือเป็นการผิดเงื่อนไข และทุกบัญชีภายใต้ชื่อบัญชีของลูกค้าท่านนั้น จะไม่ได้รับดอกเบี้ยโบนัส
  • รายละเอียดเป็นไปตามประกาศธนาคารฯ
ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ของโครงการได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ดุลยพินิจของธนาคารฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด


     วิเคราะห์ข่าว
ธนาคารทหารไทยได้มีโปรโมชั่น คือ
• รับดอกเบี้ยพิเศษ 3% ถึง 31 ก.ค. 55
• ถอนเมื่อไรก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำ
โอกาสเดียว อย่าพลาด!
วันนี้ ถึง 31 ก.ค. 55 เท่านั้น ที่ ทีเอ็มบี ทุกสาขา
มีบัญชีเงินฝากไม่ประจำแล้ว (เปิดบัญชีก่อน 1 มิ.ย. 55)
ไม่ต้องเปิดใหม่ เมื่อฝากเพิ่ม* รับดอกเบี้ยพิเศษ 3%
ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 55
* ยอดเงินฝากเพิ่ม คือ ยอดเงินส่วนที่เกินจากยอดเงินคงเหลือในบัญชี ณ สิ้นวันที่ 31 พ.ค. 55
     ผู้เสนอข่าว : นายธงไชย เขมาธร ID : 53112804116

ทีเอ็มบีเปิดประตูอาเซียน แต่งตั้ง BCEL เป็น Banking Agent ช่วยนักธุรกิจไทย-ลาว



22 มิถุนายน 2555
กรุงเทพฯ,20 มิถุนายน 2555: ทีเอ็มบีเดินหน้าเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ระบบการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งกับธนาคารในกลุ่มอาเซียน ล่าสุดจับมือกับธนาคารการค้าต่างประเทศลาว (Banque Pour Le Commerce Exterieur Lao หรือ BCEL) เป็นตัวแทนในการทำธุรกรรม Cash Management Service และ Trade Finance โดยเน้นความสัมพันธ์ทางการเงินที่ชัดเจนตั้งแต่การลงนามให้ความร่วมมือกัน มีกลุ่มลูกค้าจริงและลูกค้าสามารถใช้บริการได้จริง ก่อนก้าวข้ามไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆ

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ในส่วนของภาคการเงินซึ่งประกอบ ด้วยธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับลูกค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับทีเอ็มบีได้จัดการสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วประเทศตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงได้มีการพัฒนาระบบงานและสารสนเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ความสำคัญกับระบบธุรกรรมทางการเงิน (Transactional Banking) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะมองว่าเป็นเฟืองจักรสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงิน และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้การบริการที่ทีเอ็มบีส่งมอบให้กับลูกค้าธุรกิจ

กลยุทธ์สำคัญที่ทีเอ็มบีกำลังก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ การสร้างเครือข่ายที่เข็มแข็งกับสถาบันการเงินชั้นนำในอาเซียนให้เป็นตัวแทนส่งมอบธุรกรรมทางการเงินให้ลูกค้าธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องเป็นความร่วมมือที่ชัดเจนระหว่างพันธมิตรทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าธุรกิจใช้บริการได้จริงในวันนี้ทีเอ็มบีได้ลงนามแต่งตั้งสถาบันการเงินตัวแทน(Banking Agent) กับธนาคารการค้าต่างประเทศลาว (Banque Pour Le Commerce Exterieur Lao หรือ BCEL) กับนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ BCEL เพื่อเพิ่มและขยายช่องทางทางการเงินให้แก่ลูกค้าที่เข้าไปทำธุรกิจในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่ เพราะ BCEL เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว มีสาขาทั่วประเทศ โดยการลงนามครั้งนี้จะทำให้ BCEL สามารถให้บริการที่ครอบคลุมถึงระบบ Cash Management Service และ Trade Finance คือ เป็นตัวแทนในการรับฝากเงิน จ่ายเงิน ( Paying Agent) และรับชำระเงิน (Collection และ EDC) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การให้บริการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการรออนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ปัจจุบันมีลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของทีเอ็มบีที่เข้าไปทำธุรกิจใน สปป.ลาว เช่น กลุ่มบริษัท ซีพี โดยใช้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ สำหรับธุรกิจด้านอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก ซึ่งทำให้มีความสะดวกต่อการนำวัตถุดิบเข้าไปยังสปป.ลาว และส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมายังประเทศไทย ด้านกลุ่มบริษัท บจก.นันยางเท็กซ์ไทล์ ใช้บริการด้านปริวรรตเงินตราต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ากีฬาและเสื้อผ้าเด็ก ซึ่งผลิตโดยบริษัทในเครือ ในนามบริษัท Trimax นอกจากนี้ ทีเอ็มบี ยังให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อการค้าต่างประเทศ วงเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงิน 450 ล้านบาทกับกลุ่มบริษัทดาวเรือง ซึ่งเป็นธุรกิจในสปป.ลาว ที่ดำเนินธุรกิจสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) และมีขนาดใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกกาแฟรายใหญ่ของประเทศอีกด้วย ซึ่งทีเอ็มบี มั่นใจว่าการให้บริการร่วมกับ BCEL จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกถอนเงินกู้ และเพิ่มความคล่องตัวในการรับ-จ่าย และโอนเงิน (Transactional Banking) ผ่าน BCEL ซึ่งเป็นธนาคารตัวแทนของทีเอ็มบี

นายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน กล่าวว่า BCEL มีความยินดีและมีความพร้อมในการเป็นธนาคารตัวแทนให้กับทีเอ็มบี ด้วยสาขาที่มีถึง 18 แห่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศ ประกอบกับเป็นธนาคารของรัฐที่มียุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ จึงสอดคล้องกับนโยบายของ BCEL และคาดว่าจะสามารถให้บริการทางการเงินทั้งกับลูกค้าชาวไทย ชาวลาว รวมถึงนักธุรกิจประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปทำธุรกิจใน สปป.ลาวได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีแผนงานที่จะขยายขอบเขตการให้บริการไปในประเทศอาเซียนอื่นๆ โดยใช้กลยุทธ์ขยายเครือข่ายไปยังธนาคารท้องถิ่น โดยเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน โดยทีเอ็มบีมองว่ากลยุทธ์เครือข่ายจะสามารถสนับสนุนธุรกิจระหว่างประเทศได้ดีกว่าการที่ธนาคารจะลงไปดำเนินการในประเทศอาเซียนเอง เพราะธนาคารท้องถิ่นย่อมมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจลูกค้าธุรกิจในพื้นที่ของตนมากกว่า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าธุรกิจได้รับประโยชน์และคำแนะนำที่เหมาะสม เป็นการเพิ่มคุณค่าการบริการและตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศอาเซียนได้อย่างตรงจุด (Customer Centricity) นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีแผนงานจะสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนามและสิงคโปร์ต่อไป



Credit :http://www.tmbbank.com/newsroom/news-details.php?id=365


วิเคราะห์ข่าว : ทางธนาคารทหารไทย ได้จับมือกับ ธนาคารค้าต่างประเทศลาว โดยเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมกับลาว โดยเน้นความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง และนอกจากนี้ ธนาคารทหารไทยยังมีแผนจะขยายขอบเขตการให้บริการดังกล่าวไปในประเทศอาเซียนอื่นๆ อีกด้วย


ผู้เสนอข่าว : นายวรพงษ์ เจริญสรรพพืช ID : 53112804116

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แบงก์ทหารไทยจับมือธนาคารลาวช่วยนักธุรกิจไทย-ลาวรับเออีซี

Wednesday, 20 June 2012 17:32  

WEDNESDAY, 20 JUNE 2012
      ทีเอ็มบีเดินหน้าเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ระบบการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งกับธนาคารในกลุ่มอาเซียน
                ล่าสุดจับมือกับธนาคารการค้าต่างประเทศลาว(Banque Pour Le Commerce Exterieur Lao หรือ BCEL) เป็นตัวแทนในการทำธุรกรรมCash Management Service และ Trade Finance โดยเน้นความสัมพันธ์ทางการเงินที่ชัดเจนตั้งแต่การลงนามให้ความร่วมมือกัน มีกลุ่มลูกค้าจริงและลูกค้าสามารถใช้บริการได้จริง ก่อนก้าวข้ามไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆ
                นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี กล่าวว่า ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558ในส่วนของภาคการเงินซึ่งประกอบด้วยธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับลูกค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
                สำหรับทีเอ็มบีได้จัดการสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วประเทศตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงได้มีการพัฒนาระบบงานและสารสนเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ความสำคัญกับระบบธุรกรรมทางการเงิน(Transactional Banking) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะมองว่าเป็นเฟืองจักรสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงิน และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้การบริการที่ทีเอ็มบีส่งมอบให้กับลูกค้าธุรกิจ
                กลยุทธ์สำคัญที่ทีเอ็มบีกำลังก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ การสร้างเครือข่ายที่เข็มแข็งกับสถาบันการเงินชั้นนำในอาเซียนให้เป็นตัวแทนส่งมอบธุรกรรมทางการเงินให้ลูกค้าธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องเป็นความร่วมมือที่ชัดเจนระหว่างพันธมิตรทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าธุรกิจใช้บริการได้จริงในวันนี้ทีเอ็มบีได้ลงนามแต่งตั้งสถาบันการเงินตัวแทน(Banking Agent) กับธนาคารการค้าต่างประเทศลาว(Banque Pour Le Commerce Exterieur Lao หรือ BCEL) กับนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ BCEL เพื่อเพิ่มและขยายช่องทางทางการเงินให้แก่ลูกค้าที่เข้าไปทำธุรกิจในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่ เพราะ BCEL เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว มีสาขาทั่วประเทศ โดยการลงนามครั้งนี้จะทำให้ BCEL สามารถให้บริการที่ครอบคลุมถึงระบบCash Management Service และ Trade Finance คือ เป็นตัวแทนในการรับฝากเงิน จ่ายเงิน ( Paying Agent) และรับชำระเงิน (Collection และ EDC) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การให้บริการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการรออนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
                ปัจจุบันมีลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของทีเอ็มบีที่เข้าไปทำธุรกิจใน สปป.ลาว เช่น กลุ่มบริษัท ซีพี โดยใช้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ สำหรับธุรกิจด้านอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก ซึ่งทำให้มีความสะดวกต่อการนำวัตถุดิบเข้าไปยังสปป.ลาว และส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมายังประเทศไทย ด้านกลุ่มบริษัท บจก.นันยางเท็กซ์ไทล์ ใช้บริการด้านปริวรรตเงินตราต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ากีฬาและเสื้อผ้าเด็ก ซึ่งผลิตโดยบริษัทในเครือ ในนามบริษัท Trimax นอกจากนี้ ทีเอ็มบี ยังให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อการค้าต่างประเทศ วงเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงิน 450 ล้านบาทกับกลุ่มบริษัทดาวเรือง ซึ่งเป็นธุรกิจในสปป.ลาว ที่ดำเนินธุรกิจสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) และมีขนาดใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกกาแฟรายใหญ่ของประเทศอีกด้วย ซึ่งทีเอ็มบี มั่นใจว่าการให้บริการร่วมกับ BCEL จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกถอนเงินกู้ และเพิ่มความคล่องตัวในการรับ-จ่าย และโอนเงิน (Transactional Banking) ผ่าน BCEL ซึ่งเป็นธนาคารตัวแทนของทีเอ็มบี
                นายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน กล่าวว่า BCEL มีความยินดีและมีความพร้อมในการเป็นธนาคารตัวแทนให้กับทีเอ็มบี ด้วยสาขาที่มีถึง 18 แห่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศ ประกอบกับเป็นธนาคารของรัฐที่มียุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ จึงสอดคล้องกับนโยบายของ BCEL และคาดว่าจะสามารถให้บริการทางการเงินทั้งกับลูกค้าชาวไทย ชาวลาว รวมถึงนักธุรกิจประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปทำธุรกิจใน สปป.ลาวได้อีกด้วย
                นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีแผนงานที่จะขยายขอบเขตการให้บริการไปในประเทศอาเซียนอื่นๆ โดยใช้กลยุทธ์ขยายเครือข่ายไปยังธนาคารท้องถิ่น โดยเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน โดยทีเอ็มบีมองว่ากลยุทธ์เครือข่ายจะสามารถสนับสนุนธุรกิจระหว่างประเทศได้ดีกว่าการที่ธนาคารจะลงไปดำเนินการในประเทศอาเซียนเอง เพราะธนาคารท้องถิ่นย่อมมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจลูกค้าธุรกิจในพื้นที่ของตนมากกว่า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าธุรกิจได้รับประโยชน์และคำแนะนำที่เหมาะสม เป็นการเพิ่มคุณค่าการบริการและตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศอาเซียนได้อย่างตรงจุด(Customer Centricity) นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีแผนงานจะสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนามและสิงคโปร์ต่อไป
               

วิเคราะห์ข่าว
                ทีเอ็มบีเดินหน้าเตรียมตัวเข้าสู่ระบบการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งกับธนาคารในกลุ่มอาเซียน ล่าสุดจับมือกับธนาคารการค้าต่างประเทศลาว เป็นตัวแทนในการทำธุรกรรมCash Management Service และ Trade Finance โดยเน้นความสัมพันธ์ทางการเงินที่ชัดเจนตั้งแต่การลงนามให้ความร่วมมือกัน มีกลุ่มลูกค้าจริงและลูกค้าสามารถใช้บริการได้จริง ก่อนก้าวข้ามไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆ  กลยุทธ์สำคัญที่ทีเอ็มบีกำลังก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ การสร้างเครือข่ายที่เข็มแข็งกับสถาบันการเงินชั้นนำในอาเซียนให้เป็นตัวแทนส่งมอบธุรกรรมทางการเงินให้ลูกค้าธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องเป็นความร่วมมือที่ชัดเจนระหว่างพันธมิตรทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าธุรกิจใช้บริการได้จริงในวันนี้ทีเอ็มบีได้ลงนามแต่งตั้งสถาบันการเงินตัวแทนกับธนาคารการค้าต่างประเทศลาว

                ผู้เสนอข่าว: นางสาวสุติมา  บุญฉิม  ID : 53112804119

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

TMB ฉีกกฎ นำตลาดอีกขั้นด้วยบัญชีธุรกิจ วันแบงก์ วันแอคเค้าท์



TMB ฉีกกฎ นำตลาดอีกขั้นด้วยบัญชีธุรกิจ วันแบงก์ วันแอคเค้าท์


15 มิถุนายน 2555
กรุงเทพฯ,12 มิถุนายน 2555: ทีเอ็มบี เดินหน้ามอบอำนาจทางการเงินให้ลูกค้าธุรกิจ (Empowering Business Customers) ได้รับประโยชน์จากอินฟราสตรัคเจอร์ของธนาคารในการเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน โดยในขั้นแรกช่วยให้ลูกค้าหมดกังวลกับข้อจำกัดต่างๆ ที่เกิดจากการทำธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์ที่สาขาต่างเขต ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ บัญชีธุรกิจ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์” (TMB One Bank One Account) ซึ่งลูกค้าธุรกิจที่มีบัญชีนี้สามารถฝากเงินเข้าและถอนเงินออกจากบัญชีนี้ที่สาขาไหนก็ได้ หรือโอนเงินจากบัญชีนี้ไปยังบัญชีทีเอ็มบีอื่นๆ ทั้งของตนเองและคู่ค้า รวมทั้งฝากเช็คเคลียริ่งเข้าบัญชีนี้ที่สาขาต่างเขตไหนๆ ก็ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม เพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมที่สาขาหรือเขตใด ทีเอ็มบีก็ถือว่าเหมือนกันกับการทำธุรกรรม ณ สาขาที่ลูกค้าเปิดบัญชีนี้ไว้ ช่วยให้ลูกค้ามีประสิทธิภาพในการธุรกรรมทางการเงิน และมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น

นายปพนธ์   มังคละธนะกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน  ทีเอ็มบี กล่าวว่า บัญชีธุรกิจ ทีเอ็มบี  วันแบงก์  วันแอคเค้าท์ กรุงเทพฯ,12 มิถุนายน 2555: ทีเอ็มบี เดินหน้ามอบอำนาจทางการเงินให้ลูกค้าธุรกิจ (Empowering
Business Customers) ได้รับประโยชน์จากอินฟราสตรัคเจอร์ของธนาคารในการเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน โดยในขั้นแรกช่วยให้ลูกค้าหมดกังวลกับข้อจำกัดต่างๆ ที่เกิดจากการทำธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์ที่สาขาต่างเขต ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ บัญชีธุรกิจ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์” (TMB One Bank One Account) ซึ่งลูกค้าธุรกิจที่มีบัญชีนี้สามารถฝากเงินเข้าและถอนเงินออกจากบัญชีนี้ที่สาขาไหนก็ได้ หรือโอนเงินจากบัญชีนี้ไปยังบัญชีทีเอ็มบีอื่นๆ ทั้งของตนเองและคู่ค้า รวมทั้งฝากเช็คเคลียริ่งเข้าบัญชีนี้ที่สาขาต่างเขตไหนๆ ก็ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม เพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมที่สาขาหรือเขตใด ทีเอ็มบีก็ถือว่าเหมือนกันกับการทำธุรกรรม ณ สาขาที่ลูกค้าเปิดบัญชีนี้ไว้ ช่วยให้ลูกค้ามีประสิทธิภาพในการธุรกรรมทางการเงิน และมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น

นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ทีเอ็มบี กล่าวว่าบัญชีธุรกิจ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ลูกค้าต้องยอมจำนนมานาน เพราะไม่มีทางเลือกซึ่งแม้ฝาก ถอน หรือ โอนเงินจากบัญชีตนเองจากเขตหนึ่งไปยังเขตหนึ่งก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือลูกค้าต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบธนาคารด้วยการเปิดบัญชีธนาคารเดียวกันไว้หลายๆ สาขาตามจังหวัดต่างๆ เพื่อทำธุรกรรมการรับ-จ่ายเงิน ทำให้วุ่นวายในการบริหารจัดการ ทีเอ็มบีตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องมากขึ้น แค่มีบัญชีทีเอ็มบีวันแบงก์ วันแอคเค้าท์ ไม่ว่าลูกค้าจะไปที่สาขาใดของทีเอ็มบีเพื่อฝากเงินเข้า ถอนเงินออกจากบัญชี ทีเอ็มบีวันแบงก์ วันแอคเค้าท์ หรือโอนเงินจากทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเคาท์ ไปยังบัญชีทีเอ็มบีของลูกค้าเองหรือคู่ค้าในเขตสาขาอื่นๆ หรือจะฝากเช็คเข้าบัญชีนี้ที่ต่างเขตสาขา ก็จะได้รับบริการเหมือนทำธุรกรรม ณ สาขาในเขตเดียวกันกับที่ลูกค้าเปิดบัญชี ทำให้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมข้ามเขต และยิ่งไปกว่านั้น การไม่มีเส้นแบ่งเขตสาขานี้ทำให้ธุรกิจสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในการใช้บริการบัญชี ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ ลูกค้าจะมีทั้งบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์และ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการทำธุรกรรมข้างต้น โดยหากมียอดเงินฝากขั้นต่ำในบัญชีออมทรัพย์ 150,000 บาท หรือ 350,000 บาท ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมฟรี เช่น โอนเงินต่างธนาคารผ่านเคาน์เตอร์สูงสุด 100,000 บาท ต่อรายการ เป็นจำนวนสูงสุด 10 ครั้งต่อเดือน และ 30 ครั้งต่อเดือน ตามลำดับ รวมทั้งสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ เช่น ซื้อเช็ค 1 เล่ม ฟรี 1 เล่ม อีกด้วย

นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ในการทำธุรกรรมที่ลูกค้าจะได้รับจากทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ แล้ว ลูกค้าก็ยังจะได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ ในอัตราที่ธนาคารประกาศ ซึ่งในขณะนี้ขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 0.125% ต่อปี

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ที่ทีเอ็มบี เราเชื่อว่าทุกคนมีพลังที่จะ Make THE Difference โดยเรา Make THE Difference ด้วยการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และท้าทายวิธีคิดและการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อสร้างบริการที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งวันนี้การ Make THE Difference ทีเอ็มบีได้ก้าวไปอีกระดับด้วยการ มอบอำนาจ’ (Empower) ให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีการที่ง่าย สะดวก และมีความโปร่งใส โดยในส่วนของลูกค้าธุรกิจนั้น ธนาคารพบว่า บริการเพื่อธุรกรรมทางการเงิน’ (Transactional Banking) ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดและไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ทีเอ็มบีจึงมุ่งมั่นในการมอบอำนาจให้ลูกค้าธุรกิจ (Empowering Business Customers) ด้วยการพัฒนาบริการเพื่อให้ลูกค้าธุรกิจทุกระดับได้ใช้อินฟราสตรัคเจอร์ของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสาขา ระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคาร เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพของลูกค้าในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มที่

บริการบัญชี ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์นี้เป็นบริการแรกที่ทำให้ลูกค้าธุรกิจที่ใช้บัญชีนี้ได้รับประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของธนาคารอย่างเต็มที่ ลูกค้าธุรกิจจะเป็นลูกค้าของ ธนาคารทีเอ็มบีที่สามารถใช้ทุกๆ สาขาทั่วประเทศของธนาคารเป็นเสมือนหนึ่งสาขาเดียวกันโดยปราศจากข้อจำกัดเรื่องบริการข้ามเขตต่างๆ

ผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภทที่สนใจใช้บัญชี ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทีเอ็มบีทุกสาขา และศูนย์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการทั่วประเทศ และ ผู้จัดการความสัมพันธ์ หรือโทร 1558 เพื่อสอบถามรายละเอียด
ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ลูกค้าต้องยอมจำนนมานาน เพราะไม่มีทางเลือกซึ่งแม้ฝาก ถอน หรือ โอนเงินจากบัญชีตนเองจากเขตหนึ่งไปยังเขตหนึ่งก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม  หรือลูกค้าต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบธนาคารด้วยการเปิดบัญชีธนาคารเดียวกันไว้หลายๆ สาขาตามจังหวัดต่างๆ เพื่อทำธุรกรรมการรับ-จ่ายเงิน ทำให้วุ่นวายในการบริหารจัดการ ทีเอ็มบีตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องมากขึ้น  แค่มีบัญชีทีเอ็มบีวันแบงก์  วันแอคเค้าท์ ไม่ว่าลูกค้าจะไปที่สาขาใดของทีเอ็มบีเพื่อฝากเงินเข้า ถอนเงินออกจากบัญชี ทีเอ็มบีวันแบงก์ วันแอคเค้าท์ หรือโอนเงินจากทีเอ็มบี วันแบงก์  วันแอคเคาท์  ไปยังบัญชีทีเอ็มบีของลูกค้าเองหรือคู่ค้าในเขตสาขาอื่นๆ หรือจะฝากเช็คเข้าบัญชีนี้ที่ต่างเขตสาขา  ก็จะได้รับบริการเหมือนทำธุรกรรม ณ สาขาในเขตเดียวกันกับที่ลูกค้าเปิดบัญชี  ทำให้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมข้ามเขต  และยิ่งไปกว่านั้น การไม่มีเส้นแบ่งเขตสาขานี้ทำให้ธุรกิจสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในการใช้บริการบัญชี  ทีเอ็มบี  วันแบงก์  วันแอคเค้าท์  ลูกค้าจะมีทั้งบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์และ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ทีเอ็มบี วันแบงก์  วันแอคเค้าท์เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการทำธุรกรรมข้างต้น โดยหากมียอดเงินฝากขั้นต่ำในบัญชีออมทรัพย์ 150,000 บาท หรือ 350,000 บาท ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมฟรี เช่น โอนเงินต่างธนาคารผ่านเคาน์เตอร์สูงสุด  100,000  บาท ต่อรายการ  เป็นจำนวนสูงสุด  10  ครั้งต่อเดือน และ 30 ครั้งต่อเดือน ตามลำดับ รวมทั้งสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ  เช่น ซื้อเช็ค 1 เล่ม ฟรี 1 เล่ม อีกด้วย

นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ในการทำธุรกรรมที่ลูกค้าจะได้รับจากทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ แล้ว ลูกค้าก็ยังจะได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ ในอัตราที่ธนาคารประกาศ ซึ่งในขณะนี้ขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 0.125% ต่อปี

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ที่ทีเอ็มบี เราเชื่อว่าทุกคนมีพลังที่จะ Make THE Difference โดยเรา Make THE Difference ด้วยการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และท้าทายวิธีคิดและการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อสร้างบริการที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งวันนี้การ  Make THE Difference ทีเอ็มบีได้ก้าวไปอีกระดับด้วยการ มอบอำนาจ’ (Empower) ให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีการที่ง่าย สะดวก และมีความโปร่งใส  โดยในส่วนของลูกค้าธุรกิจนั้น ธนาคารพบว่า บริการเพื่อธุรกรรมทางการเงิน’ (Transactional Banking) ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดและไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ทีเอ็มบีจึงมุ่งมั่นในการมอบอำนาจให้ลูกค้าธุรกิจ (Empowering Business Customers) ด้วยการพัฒนาบริการเพื่อให้ลูกค้าธุรกิจทุกระดับได้ใช้อินฟราสตรัคเจอร์ของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสาขา ระบบสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคาร เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพของลูกค้าในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มที่

บริการบัญชี ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์นี้เป็นบริการแรกที่ทำให้ลูกค้าธุรกิจที่ใช้บัญชีนี้ได้รับประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของธนาคารอย่างเต็มที่  ลูกค้าธุรกิจจะเป็นลูกค้าของ ธนาคารทีเอ็มบีที่สามารถใช้ทุกๆ สาขาทั่วประเทศของธนาคารเป็นเสมือนหนึ่งสาขาเดียวกันโดยปราศจากข้อจำกัดเรื่องบริการข้ามเขตต่างๆ

ผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภทที่สนใจใช้บัญชี ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทีเอ็มบีทุกสาขา และศูนย์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการทั่วประเทศ และ ผู้จัดการความสัมพันธ์ หรือโทร 1558 เพื่อสอบถามรายละเอียด

     สรุปและวิเคราะห์ : ธนาคารทหารไทย ได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บริการบัญชีธุรกิจ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ เป็นบัญชีที่ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยที่สามารถ ฝาก ถอน โอน และฝากเช็คเข้าธนาคาร โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นในการทำธุรกรรมต่างสาขา พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นในการทำธุรกรรมธนาคารทหารไทย ที่ต่างสาขากัน ทำให้สะดวกและประหยัดมากๆ โดยลูกค้าจะมีทั้งบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์และ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ทีเอ็มบี วันแบงก์ วันแอคเค้าท์ นอกจากนี้ยังได้รับโปรโมชั่นพิเศษๆ อีกหลากหลาโปรโมชั่นด้วย

    ผู้เสนอข่าว : นายวรพงษ์ เจริญสรรพพืช ID : 53112804116

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

“TMB”ปล่อยกู้“CHOW”รับอุตสาหกรรมเหล็กโต


“TMB”ปล่อยกู้“CHOW”รับอุตสาหกรรมเหล็กโต



ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2555
นายภูมิชาย ชูสกุลธนะชัย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบรรษัทธุรกิจ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่า ในปี 2555 นี้ภาคอุตสาหกรรมเหล็กมีโอกาสเติบโตสูง เพราะมีการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ หลังจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดแผนการลงทุนและโครงการก่อสร้างในประเทศเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กสูงขึ้น
http://admax.effectivemeasure.net/emnb_1_370232.gif                ในขณะที่ปัจจุบันไทยมีการนำเข้าเหล็กประมาณ 1 ล้านตัน แต่ปริมาณความต้องการในตลาดทั้งหมดอยู่ที่ 5-6 ล้านตัน ซึ่งสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย มีการศึกษาพบว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นธนาคารฯจึงให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) (CHOW) ในวงเงิน 450 ล้านบาท เพื่อนำไปขยายธุรกิจ
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2555 จากรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรม พบว่าการลงทุนภาครัฐจะเป็นปัจจัยบวกต่อภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย โดยงบประมาณจะถูกนำมาใช้ในการซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่เสียหาย และการลงทุนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า รวมถึงกระตุ้นให้มีการผลิตมากขึ้น เพื่อรักษาสต็อกที่ลดลงในช่วงปลายปี 2554 สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบีที่ได้ประมาณการว่างบประมาณจากภาครัฐจะถูกกระจายไปสู่ Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทาน ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง 64,745 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเหล็ก 59,906 ล้านบาทนายภูมิชาย กล่าว
นอกจากนี้ยังมองว่าจะมีโอกาสขยายวงเงินให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ด้วยการบริการที่ให้ความสะดวกสบายในการรับ-จ่ายเงิน ซึ่งเป็นโซลูชั่นทางธุรกิจที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


สรุปและวิเคราะห์ข่าว
หลังจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดแผนการลงทุนและโครงการก่อสร้างในประเทศเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กสูงขึ้น  ธนาคารจึงให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) (CHOW) ในวงเงิน 450 ล้านบาท เพื่อนำไปขยายธุรกิจ และจะมีโอกาสขยายวงเงินให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ด้วยการบริการที่ให้ความสะดวกสบายในการรับ-จ่ายเงิน ซึ่งเป็นโซลูชั่นทางธุรกิจที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     ผู้วิเคราะห์ข่าว : นางสาวสุติมา บุญฉิม ID : 53112804119




วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทีเอ็มบี เปิดตัวข้อเสนอทางการเงินใหม่ล่าสุด


ทีเอ็มบี เปิดตัวข้อเสนอทางการเงินใหม่ล่าสุด


7 มิถุนายน 2555
กรุงเทพฯ 6 มิถุนายน 2555 – ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สานต่อแนวคิด Make THE Difference นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ล่าสุด กับการฉลองความความสำเร็จและครบรอบหนึ่งปีของบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด ทีเอ็มบี โอนเพื่อออม ที่จะทำให้ลูกค้ามีอำนาจควบคุมและบริหารโลกทางการเงินของตัวเองได้ดีขึ้น โดยหลังจากเปิดตัวบัญชีฝากไม่ประจำ ที่ให้ดอกเบี้ยสูง ไม่มีขั้นต่ำและสามารถถอนได้ ทีเอ็มบี ขอฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบหนึ่งปี ด้วยการมอบดอกเบี้ยพิเศษ 3% สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่ ที่มียอดเงินต่ำกว่า 10 ล้านบาท และสำหรับลูกค้าที่มีบัญชีแล้ว เมื่อฝากเงินเพิ่มก็จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อยอดเงินฝากเพิ่มเช่นเดียวกัน โดยคิดจากยอดเงินคงเหลือในบัญชี ณ สิ้นวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีใหม่และฝากเงินเพิ่มเพื่อรับดอกเบี้ยพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฏาคม 2555 นี้เท่านั้น นอกจากนี้ ทีเอ็มบี ยังเปิดตัวบริการ ทีเอ็มบี โอนเพื่อออมใหม่ล่าสุด ที่จะช่วยลูกค้าบริหารบัญชีเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินและบัญชีเพื่อการออมและการลงทุนได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลูกค้าสามารถตั้งค่ายอดเงินสำหรับใช้จ่ายในบัญชีเพื่อการทำธุรกรรม และเมื่อไหร่ที่ยอดเงินในบัญชีสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ ระบบ จะทำการเตือนโดยอัตโนมัติ หากลูกค้าต้องการที่จะโอนเงินส่วนที่เกินไปเก็บในบัญชีเพื่อการออมและลงทุน ก็สามารถโอนไปยังบัญชีฝากไม่ประจำได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดโอกาสที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น

นางกาญจนา โรจวทัญญู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวว่า เพราะลูกค้าที่เปิดบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง ได้รับสิทธิประโยชน์และความสะดวกอย่างไม่เคยมีมาก่อน คือ สามารถถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อมีความต้องการใช้เงิน และยังไม่เสียโอกาสเรื่องดอกเบี้ยที่จะได้รับ เนื่องจากดอกเบี้ยจะคำนวณให้ทุกวันจากยอดเงินคงเหลือในบัญชี อีกทั้ง ไม่กำหนดจำนวนเงินฝากขั้นต่ำสำหรับการเปิดบัญชีและการฝากเพิ่มแต่ละครั้ง รวมถึงไม่มีกำหนดระยะเวลาฝาก ซึ่งต่างจากบัญชีเงินฝากประจำทั่วไปอย่างสิ้นเชิง นับเป็นทางออกที่ดีสำหรับลูกค้าที่ต้องการออมและยังคงมีสภาพคล่องเมื่อต้องการที่จะใช้เงินที่ฝากเอาไว้ ทำให้ลูกค้าตอบรับอย่างดีมาก ส่งผลให้ยอดการเปิดบัญชีทะลุกว่า 600,000 บัญชี ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีหลังจากการเปิดตัวเท่านั้น

สำหรับ บริการทีเอ็มบี โอนเพื่อออมที่จะเปิดให้บริการภายในเดือนมิถุนายนนี้  จะช่วยให้ลูกค้าสามารถกำหนดค่ายอดเงินใช้จ่ายของบัญชีเพื่อการทำธุรกรรมไว้ เช่น ตั้งไว้ 40,000 บาท และหากมีเงินเข้ามาในบัญชีทำให้ยอดเงินสูงกว่าที่ตั้งไว้ เช่นมียอดเงินโอนเข้ามาทำให้เงินในบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 บาท ระบบ SMS จะทำการเตือนโดยอัตโนมัติทันทีว่ามีเงินเกินกว่ายอดที่ตั้งไว้ หากลูกค้าต้องการที่จะโอนเงินส่วนที่เกิน 20,000 บาท ไปเก็บไว้ในบัญชีฝากไม่ประจำทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง เพื่อการออมและการลงทุนกับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า ก็สามารถยืนยันการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที
นางกาญจนา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาพฤติกรรมลูกค้า พบว่า 90% ของลูกค้า แยกบัญชีระหว่างบัญชีเงินฝากเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน ออกจากบัญชีเงินฝากเพื่อการออมและการลงทุน อย่างชัดเจน โดยลูกค้าส่วนมากต้องการมีเงินในบัญชีจำนวนหนึ่งเพื่อทำธุรกรรมและเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือน ในขณะเดียวกัน ลูกค้ามักจะเก็บเงินในส่วนที่เกินความต้องการใช้จ่ายไว้ในบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าเพื่อเป็นการออมเงินและการลงทุน ดังนั้นบริการ ทีเอ็มบี โอนเพื่อออม” บริการทางการเงินใหม่ล่าสุด จะทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการเงินในส่วนที่ต้องใช้จ่ายกับในส่วนเงินออมได้อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถทำผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที นับเป็นครั้งแรกของธนาคารที่พัฒนาระบบเตือนลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีอำนาจควบคุมความเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารทั้งบัญชีสำหรับทำธุรกรรมและบัญชีเงินออมได้ด้วยตัวเอง

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาภายใต้แบรนด์ Make THE Difference ทีเอ็มบี มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ท้าทายมาตรฐานและไม่เคยมีในระบบธนาคารมาก่อน เพื่อตอบสนองความต้องการและเป็นประโยชน์กับลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง วันนี้ทีเอ็มบีกำลังที่จะก้าวไปอีกก้าวหนึ่งของการ Make THE Difference ด้วยการมอบอำนาจให้ลูกค้า (Empowering Customers) ในการเลือกส่วนผสมของบัญชีเงินฝากที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายเพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดของลูกค้า     ธนาคารจึงได้แยกการพัฒนาบัญชีเงินฝากเดิมๆที่มีอยู่ทั่วไป  ออกเป็น “บัญชีเงินฝากเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน” (Transactional Account) และ บัญชีเงินฝากเพื่อการออมและการลงทุน” (Saving and Investment Account) อย่างชัดเจน และทลายความคิดเดิมๆ ที่ยึดติดอยู่กับ เงินฝากประจำที่ทำกันมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ด้วยการนำเสนอ เงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูงซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างมากในปัจจุบัน

ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน (Transactional Account) มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพการทำธุรกรรมทางการเงิน กล่าวคือง่าย สะดวก และค่าธรรมเนียมที่ต่ำ ดอกเบี้ยไม่สูง ในขณะที่บัญชีเงินฝากเพื่อการออมและการลงทุน (Saving and Investment Account) มุ่งเน้นที่การให้ผลตอบแทนที่สูงและมีความคล่องตัว ถอนได้หากมีเหตุฉุกเฉิน และมีบริการอำนวยความสะดวกกับลูกค้าเพิ่มเป็นพิเศษด้วยการให้บริการบริหารสภาพคล่อง (Liquidity Management Services) หรือบริการ โอนเพื่อออมเพื่อจะได้ไม่ต้องทิ้งเงินเกินความจำเป็นไว้ในบัญชีเงินฝากเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน (Transactional Account) โดยสามารถสั่งโอนไปที่บัญชีเงินฝากเพื่อการออมและการลงทุน (Saving and Investment Account) เพื่อได้รับดอกเบี้ยสูงด้วยระบบเตือนที่ลูกค้าตั้งเองและเมื่อตอบยืนยันก็เงินจะถูกโอนไปทันทีผ่านมือถือ

ในวันที่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไป ธนาคารจะปรับอัตราดอกเบี้ย บัญชีออมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบัญชีประเภท บัญชีเงินฝากเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน จาก 0.375% ต่อปี เป็น 0.125 % ต่อปี และปรับอัตราดอกเบี้ย เงินฝากไม่ประจำ จาก 2%ต่อปี เป็น 3% ต่อปีสำหรับเงินฝากที่เพิ่มขึ้นในช่วงฉลองความสำเร็จและครบรอบหนึ่งปีของบัญชีเงินฝากไม่ประจำ ทีเอ็มบี ดอกเบี้ยสูง พร้อมทั้งให้บริการทีเอ็มบี โอนเพื่อออม ผ่านมือถือ ส่วน สำหรับลูกค้าธุรกิจธนาคารนั้น ทีเอ็มบีจะมีบริการบัญชีเพื่อธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งจะนำเสนอในวันที่ 11 มิถุนายนนี้


สรุปและวิเคราะห์: ทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สานต่อแนวคิด Make THE Difference เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด ทีเอ็มบี โอนเพื่อออม ที่จะช่วยลูกค้าบริหารบัญชีเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินและบัญชีเพื่อการออมและการลงทุน ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการเงินในส่วนที่ต้องใช้จ่ายกับในส่วนเงินออมได้อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถทำผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที นับเป็นครั้งแรกของธนาคารที่พัฒนาระบบเตือนลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีอำนาจควบคุมความเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารทั้งบัญชีสำหรับทำธุรกรรมและบัญชีเงินออมได้ด้วยตัวเอง

ผู้เสนอข่าว : นางสาวสุจิตรา เคหารมย์ ID: 53112804111
ธนาคารมียอด​การ​เปิดบัญชีทะลุกว่า 600,000 บัญชี ภาย​ในระยะ​เวลา​เพียง 1 ปี



หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2555 

นางกาญจนา ​โรจวทัญญู ​ผู้ช่วยกรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ สายงานส่ง​เสริม​การตลาดลูกค้าบุคคล ธนาคารทหาร​ไทย (TMB) กล่าวว่า ธนาคารมียอด​การ​เปิดบัญชีทะลุกว่า 600,000 บัญชี ภาย​ในระยะ​เวลา​เพียง 1 ปีหลังจาก​การ​เปิดตัวบัญชี​เงินฝาก​ไม่ประจำ ที​เอ็มบี ดอก​เบี้ยสูง ​เท่านั้น ​เพราะลูกค้า​ได้รับสิทธิประ​โยชน์​และ​ความสะดวกอย่าง​ไม่​เคยมีมาก่อน คือ สามารถถอน​เงิน​เมื่อ​ไหร่​ก็​ได้​เมื่อมี​ความต้อง​การ​ใช้​เงิน ​และยัง​ไม่​เสีย​โอกาส​เรื่องดอก​เบี้ยที่จะ​ได้รับ ​เนื่องจากดอก​เบี้ยจะคำนวณ​ให้ทุกวันจากยอด​เงินคง​เหลือ​ในบัญชี
สำหรับ "บริ​การที​เอ็มบี ​โอน​เพื่อออม" ที่จะ​เปิด​ให้บริ​การภาย​ใน​เดือน มิ.ย.นี้ จะช่วย​ให้ลูกค้าสามารถกำหนดค่ายอด​เงิน​ใช้จ่ายของบัญชี​เพื่อ​การ​ทำธุรก รรม​ไว้ ​เช่น ตั้ง​ไว้ 40,000 บาท ​และหากมี​เงิน​เข้ามา​ในบัญชี​ทำ​ให้ยอด​เงินสูงกว่าที่ตั้ง​ไว้ ​เช่น มียอด​เงิน​โอน​เข้ามา​ทำ​ให้​เงิน​ในบัญชี​เพิ่มขึ้น​เป็น 60,000 บาท ระบบ SMS จะ​ทำ​การ​เตือน​โดยอัต​โนมัติทันทีว่ามี​เงิน​เกินกว่ายอดที่ตั้ง​ไว้ หากลูกค้าต้อง​การที่จะ​โอน​เงินส่วนที่​เกิน 20,000 บาท ​ไป​เ​ก็บ​ไว้​ในบัญชีฝาก​ไม่ประจำ ที​เอ็มบี ดอก​เบี้ยสูง ​เพื่อ​การออม​และ​การลงทุนกับอัตราดอก​เบี้ยที่ดีกว่า ​ก็สามารถยืนยัน​การ​โอน​เงินผ่าน​โทรศัพท์มือถือ​ได้ทันที
นายบุญทักษ์ หวัง​เจริญ ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร TMB กล่าวว่า ตลอดระยะ​เวลา 4 ปีที่ผ่านมา ภาย​ใต้​แบรนด์ Make THE Difference ที​เอ็มบี มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์​และบริ​การทาง​การ​เงิน ธนาคาร​จึง​ได้​แยก​การพัฒนาบัญชี​เงินฝาก​เดิมๆ ที่มีอยู่ทั่ว​ไป ออก​เป็น "บัญชี​เงินฝาก​เพื่อ​การ​ทำธุรกรรมทาง​การ​เงิน" ​และ "บัญชี​เงินฝาก​เพื่อ​การออม​และ​การลงทุน" อย่างชัด​เจน ​และทลาย​ความคิด​เดิมๆ ที่ยึดติดอยู่กับ "​เงินฝากประจำ" ที่​ทำกันมา​เป็น​เวลากว่า 60 ปี ด้วย​การนำ​เสนอ "​เงินฝาก​ไม่ประจำ ที​เอ็มบี ดอก​เบี้ยสูง" ​ซึ่ง​ได้รับ​ความนิยมจากลูกค้าอย่างมาก​ในปัจจุบัน

                Credit : http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/bmnd/1419067
             
               สรุปและวิเคราะห์ : นายบุญทักษ์ หวัง​เจริญ ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร TMB บริหารธนาคารโดยให้สิทธิประโยชน์มากมายแก่ลูกค้าเช่น มีการแจ้งเตือนผ่านมือถือเมื่อมีเงินเข้าบัญชีเพื่อการทำธุรกรรมเกินที่ลูกค้ากำหนดไว้และเพื่อความสบายของลูกค้า ลูกค้าสามารถโอนเงินผ่านมือถือเพื่อย้ายจำนวนเงินที่เกินไปยังบัญชีฝากไม่ประจำได้ทันทีเพื่อที่จะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า ทำให้ยอดการเปิดบัญชีพุ่งสูงมากถึง 600,000 บัญชีภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี นอกจากนี้ยังทลาย​ความคิด​เดิมๆ ที่ยึดติดอยู่กับ "​เงินฝากประจำ" ที่​ทำกันมา​เป็น​เวลากว่า 60 ปี ด้วย​การนำ​เสนอ "​เงินฝาก​ไม่ประจำ ที​เอ็มบี ดอก​เบี้ยสูง" ​ซึ่ง​ได้รับ​ความนิยมจากลูกค้าอย่างมาก​ในปัจจุบัน


              ผู้เสนอข่าว : นางสาวณัฐชนิดา  ชูสกุล ID : 53112894109