ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ TMB Group 3 Blog

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ใช้งาน TMB Internet Banking ผ่าน iPad ง่ายๆ

   




ข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ TMB Internet Banking

ใช้งาน TMB Internet Banking ผ่าน iPad ง่ายๆ

 

นอกจาก TMB Internet Banking ได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ดีผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนแล้ว ธนาคารฯ ยังได้ออกแบบให้ TMB Internet Banking สามารถใช้งานบนอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในตอนนี้ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ คุณสามารถเข้าถึง TMB Internet Banking ง่ายๆ โดยการเพิ่ม TMB Internet Banking Icon บนหน้าจอ iPad ง่ายๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานครั้งต่อไปๆ ดังนี้
  1. เมื่อเข้าใช้งานเว็บ TMB Internet Banking (www.tmbdirect.com) ผ่านบราวเซอร์ Safari บนไอแพดครั้งแรก ที่ตำแหน่ง Navigation Bar ด้านบนคุณจะเห็น เครื่องหมาย 1) ย้อนกลับ 2) ไปหน้า 3) Bookmarks และ 4) เครื่องหมาย Add Bookmark ก่อนจะถึง URL bar
  2. เมื่อคลิกที่เครื่องหมาย Add Bookmark คุณจะเห็นตัวเลือก ดังนี้ 1) Add Bookmark, 2) Add to Home Screen และ 3) Mail Link to This Page
  3. เมื่อคุณเลือก Add to Home Screen คุณจะเห็น Icon ของ TMB Internet Banking ที่ธนาคารฯ ได้เตรียมไว้ เมื่อคลิก Add ก็เป็นอันเสร็จสิ้น 
เมื่อคุณต้องการเข้าใช้งาน TMB Internet Banking ครั้งต่อๆ ไป คุณเพียง คลิกที่ Icon TMB Internet Banking บนหน้า Desktop ของ iPad ของคุณค่ะ

บทความโดย: โอปอล เลิศอุทัย
ภาพโดย: www.apple.com

                         8 กรกฎาคม 2555 
Credit : http://www.tmbbank.com/personal/e-banking/guru/detail.php?id=12
         
วิเคราะห์ข่าว    : นับได้ว่าในสมัยนี้อะไรๆก็ดูจะง้ายสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างที่ธนาคารทหารไทย ยังได้ออกแบบให้ TMB Internet Banking สามารถใช้งานบน iPad ต่อไปนี้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็สามารถทำงานหรือใช้บริการต่างๆของธนาคารได้ตามที่ใจต้องการ



ผู้เสนอข่าว : นาย อนุศักดิ์ บัวสมบูรณ์ ID: 53112804110 

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

“R3” ถนนแห่งความมั่นคั่งของ SMEs ไทยสู่แดนมังกร

         
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics แนะใช้ถนนสายยุทธ์สาสตร์ R3 เป็นสายพานลำเลียงสินค้าผ่านด่านเชียงราย เจาะตลาดจีนตอนใต้ถึงนครคุนหมิง กระตุ้นส่งออก SMEs ไทยไปจีน

           ในขณะที่ตัวเลขส่งออกไทยแสดงถึงการพึ่งพาตลาดจีนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่การบุกตลาดจีนสำหรับ SMEs ไทยนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งที่การส่งออกไปจีนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วท่ามกลางสัญญาณกาชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทย โดยในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ มูลค่าการส่งออกไทยไปยุโรปและญี่ปุ่น ลดลงร้อยละ 9.4 และ ร้อยละ 2.4 แต่มูลค่าการส่งออกไปจีนกลับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10.9 โดยล่าสุดเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25.7 เป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนแค่ชะลอตัวลงอย่างช้าๆ (Soft Landing) ตามเศรษฐกิจโลกและน่าจะฟื้นตัวเร็ว (Quick Recovery) ได้ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงการวางกลยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะยาวในภูมิภาคต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายพัฒนาเมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนาน เป็น หัวสะพานเชิ่อมการค้า-คมนาคมระหว่างจีนตอนใต้ (มณฑลหยุนหนานและกวางสี) กับเอเชียใต้ (อินเดีย)และอาเซียน (ไทย เวียดนาม ลาว พม่า) โดยเปิดใช้สนามบินนานาชาติฉางสุ่ยในนครคุนหมิงที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศด้วยงบลงทุนกว่า 1.1 แสนล้านบาท รองรับผู้โดยสารกว่า 68 ล้านคนต่อปี (สุวรรณภูมิรองรับเพียง 45 ล้านคนต่อปี) พร้อมแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทางเชื่อมต่อเมืองคุนหมิงกับไทย พม่า และเวียดนาม และโครงข่ายถนนเชื่อมต่อจีนตอนใต้กับอาเซียน (ถนนสาย R3) โดยเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับ SMEs ไทยจะสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากการเชื่องโยงการค้าสู่ตลาดขนาดใหญ่และมีการเติบโตสูงในปัจจุบันและอนาคต โดย TMB Analytics เห็นว่า SMEs ไทยจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากถนนสาย R3 ทั้ง SMEs ในภาคเหนือและทั่วประเทศ

1. SMEs ในภาคเหนือ สามารถค้าขายกับจีนตอนใต้ตรง แม้ว่าปัจุบันมูลค่าส่งออกจากไทยไปจีนตอนใต้เพียง 3.7 พันล้านบาท ซึ่งมูลค่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับมูลค่าส่งออกของไทยไปพม่าและลาวที่สูงถึง 33.5 และ 11.4 พันล้านบาท หาก SMEs ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากถนนสาย R3 เชื่อมโยงการค้า ก็จะเพิ่มมูลค่าส่งออกได้อีกมหาศาล เพราะจีนตอนใต้มีประชากรถึง 92.8 ล้านคน ซึ่งมากกว่าคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่ SMEs ไทยได้เปรียบในการผลิตและขายดีในตลาดจีน เช่น ผลิตภัณฑ์จากไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารแปรรูป(ข้าว ธัญพืช ผลไม้ พืชผัก และเมล็ดธัญพืช) ซึ่ง SMEs มีความพร้อมด้านวัตถุดิบและถนัดในธุรกิจด้านนี้ นอกจากถนนสาย R3 เป็นสายพานลำเลียงสินค้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการส่งออก โดยเฉพาะค่าขนส่ง เนื่องจากย่นระยะทางการส่งสินค้าสู่ตลาดจีนตอนใต้ (จากเดิมต้องส่งผ่านเมืองท่าชายฝั่งตะวันออกของจีนก่อนแล้วถึงส่งต่อไปตลาดจีนตอนใต้) และลดระยะเวลาการขนส่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของธุรกิจ SMEs ภาคเหนือง่ายขึ้น ต้นทุนบริหารจัดการลดลง ในทางกลับกัน SMEs ภาคเหนือที่นำเข้าวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปจากจีน ยังสามารถนำเข้าได้ง่าย เร็ว ทำให้ต้นทุนของธุรกิจต่ำลง เพิ่มกำไรและความสามรถในการแข่งขันอีกด้วย

2. SMEs ทั่วประเทศ ซางอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าส่งออกไปจีน คือ อุตสาหกรรมอุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ (SMEs ภาคกลาง) ผลิตภัณฑ์เคมีและผลิตภัณฑ์พลาสติก (SMEs ภาคตะวันออก) มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมูลค่าส่งออก เดือนพฤษภาคมปีนี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.2 ขณะที่ภาคการเกษตร เช่น ผลิตภัณฑ์ยางพารา (SMEs ภาคใต้) ผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง (SMEs ภาคเหนือและอีสาน) ก็มีมูลค่าการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในเดือนพฤษภาคมปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 ดังนั้นเมื่อถนนสาย R3 แล้วเสร็จจะทำให้ SMEs ไทยได้เปรียบคู่แข่งด้านต้นทุนระยะเวลาขนส่ง และสามารถส่งออกไปยังตลาดขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตสูง ซึ่งเห็นได้จากมูลค่าสัญญาธุรกิจการค้าที่เกิดขึ้นกว่า 2.4 แสนล้านบาทจากการจัดงาน ส่งออก-นำเข้านครคุนหมิงครั้งที่ 20 (20 Kunming Fair) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อีกทั้งพื้นที่จีนอนใต้เริ่มพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มข้นในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้การแข่งขันในตลาดยังไม่รุนแรงเท่ากับพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เทียนสิน เป็นต้น ถนนสาย R3 จึงถือเป็นสะพานลำเลียงสินค้าของ SMEs ไทยสู่ตลาดจีนตอนใต้อย่างแท้จริง และน่าจะสร้างมูลค่าส่งออก SMEs ไทยเพิ่มขึ้นได้อีกมากในอนาคต

           ดังนั้น หากเรามีการวางกลยุทธ์ในการใช้ถนนสาย R3 รุกตลาดจีนตอนใต้ที่ชัดเจนแล้ว SMEs ไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากถนนสายนี้ ในฐานะของสะพานลำเลียงสินค้าอย่างแท้จริง เมื่อประเทศเศรษฐกิจอันดับสองของโลกกลับมาเร่งเครื่องอีกครั้ง เพราะเศรษฐกิจแดนมังกรยังคงเติบโตต่อเนื่องไปอีกนาน“R3” ถนนแห่งความมั่งคั่งของ SMEs ไทยสู่แดนมังกร

สรุปและวิเคราะห์ข่าว : TMB Analytics เห็นว่า SMEs ไทยจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากถนนสาย R3 (เส้นทางR3 เป็นเส้นทางถนนที่ตัดเชื่อมโยงไทย-ลาว -จีน) เป็นสายพานลำเลียงสินค้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการส่งออก โดยเฉพาะค่าขนส่ง เนื่องจากย่นระยะทางการส่งสินค้าสู่ตลาดจีนตอนใต้ (จากเดิมต้องส่งผ่านเมืองท่าชายฝั่งตะวันออกของจีนก่อนแล้วถึงส่งต่อไปตลาดจีนตอนใต้และลดระยะเวลาการขนส่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของธุรกิจ SMEs โดยเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับ SMEs ไทยจะสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากการเชื่องโยงการค้าสู่ตลาดขนาดใหญ่และมีการเติบโตสูงในปัจจุบันและอนาคตหากเรามีการวางกลยุทธ์ในการใช้ถนนสาย R3 รุกตลาดจีนตอนใต้ที่ชัดเจนแล้ว SMEs ไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากถนนสายนี้ ในฐานะของสะพานลำเลียงสินค้าอย่างแท้จริง

ผู้เสนอข่าว : นายสันติ พงษ์บริบูรณ์  ID : 53112804113

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปข่าวเด่นประจำสัปดาห์


2 กรกฎาคม 8 กรกฎาคม 2555

จีนและยุโรปฉุดส่งออกไทยปี 55 ขยายตัวแค่ 7%

          ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบีมองว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนถึงการกลับมาขยายตัวอย่างยั่งยืนของประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ยังหาทางออกจากวิกฤติหนี้สาธารณะไม่ได้ เช่น เดียวกับตลาดสหรัฐฯ การฟื้นตัวก็ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ดีผู้ส่งออกและภาครัฐไม่ควรสนใจแต่วิกฤติยุโรปเพียงอย่างเดียว และมองข้ามการแผ่วตัวในประเทศคู่ค้าอื่นๆ ทั้งนี้ทำให้คาดว่า แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง การผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติได้ทั้งหมดในไตรมาสสาม ยอดส่งออกจะเติบโตขึ้น


Credit : http://www.tmbbank.com/newsroom/news-details.php?id=368

สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด ทีเอ็มมบี เรดดี้แคช






  • นับจากวันอนุมัติสินเชื่อ หลังจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยปกติ สูงสุดไม่เกิน 27% ต่อปี กรณีรอบบัญชีแรกน้อยกว่า 30 วัน จะขยายระยะเวลาให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษอีก 1 รอบบัญชี
  • หรือสูงสุด 5 เท่า ของรายได้ประจำต่อเดือน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน
  • ชำระคืนขั้นตํ่าเพียง 5% ของยอดหนี้ แต่ไม่น้อยกว่า
    1,000 บาท
  • สามารถเบิกถอนเงินสดจากเครื่อง ATM กว่า 42,000 เครื่อง ทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม.

สมัครง่าย…
เพียงคุณมีรายได้ประจำไม่น้อยกว่า 15,000 บาท/เดือน พร้อมประวัติการเงินดี

ลักษณะผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออเนกประสงค์ในรูปแบบของ วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน (Revolving Credit) เพื่อใช้ใน
การอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ด้วยวิธีการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อจากบัตรกดเงินสด โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
หรือบุคคลค้ำประกัน

วงเงินอนุมัติ

วงเงินอนุมัติ สูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ ประจำต่อเดือน หรือตั้งแต่ 30,000 - 1,000,000 บาท

การผ่อนชำระคืนสินเชื่อ

ผ่อนชำระเงินคืนขั้นต่ำ 5% ของยอดเงินที่ใช้จ่าย หรือ ขั้นต่ำ 1,000 บาท ในแต่ละรอบบัญชี
และคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่ใช้จริง

การแจ้งผลอนุมัติ และการรับเงินสินเชื่อ

  • กรณีที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารจะจัดส่งบัตรกดเงินสดให้แก่ท่านตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ หลังจากนั้นภายใน 7 วันทำการ ท่านจะได้รับรหัส (PIN) เพื่อใช้คู่กับบัตรกดเงินสด
  • เมื่อท่านได้รับบัตรฯ และรหัสแล้ว กรุณาติดต่อ TMB Contact Center โทร. 1558 เพื่อทำการเปิดบัตร หลังจากนั้น ท่านสามารถเบิกถอนวงเงินในรูปแบบการกดเงินสดจากบัตร ผ่านเครื่อง ATM ที่มีเครื่องหมาย ATM POOL ตลอด 24 ชม. ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสด
  • ขอสงวนสิทธิ์การพิจารณาสินเชื่อโดยอยู่ในดุลพินิจของธนาคาร


วิเคราะห์ข่าว : เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี สำหรับ 3 รอบบัญชีแรก วงเงินที่อนุมัติสูงสุดอยู่ที่ 1 ล้านบาท หรือ 5 เท่าของเงินเดือน ผ่อนชำระขั้นต่ำ 10% ของยอดหนี้แต่ต้องไม่น้อยกว่า 1000 บาท ที่สำคัญสามารถกดเงินสดได้ทุกธนาคารโดยไม่มีค่าธรรมเนียม การสมัครต้องมีรายได้ประจำไม่น้อยกว่า 15000 บาท/เดือน และไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน

ผู้เสนอข่าว : นายวรพงษ์ เจริญสรรพพืช ID : 53112804116


วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จีนและยุโรปฉุดส่งออกไทยปี 55 ขยายตัวแค่ 7%






4 กรกฎาคม 2555




ศูนย์วิเคราะห์เศษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาดส่งออกเจริญเติบโตร้อยละ 7 หลุดเป้า 

15% ต้นตอวิกฤติหนี้ยุโรป และการชะลอตัวของเศษฐกิจจีนและสหัรัฐฯ พร้อมแนะไม่ควรสนใจ

วิกฤติในยุโรปเพียงอย่างเดียว


แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง การผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติได้ทั้งหมดในไตรมาสสาม สะท้อนจากตัวเลขการผลิตในช่วง 5 เดือนแรก โดยหากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นจำหน่ายในประเทศ อาทิ ปูนซิเมนต์ ปิโตรเคมี จะเห็นการผลิตกลับมาเติบโตสูงกว่าระดับเฉลี่ยในปี 54 เช่นเดียวกับกลุ่มที่มีสัดส่วนส่งออก 30-60% ซึ่งนำโดยหมวดยานยนต์ที่หลายค่ายเร่งผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและเร่งส่งมอบรถยนต์ที่ค้างมาหลายเดือน ทำให้ตัวเลขการผลิตเติบโตมากกว่าระดับเฉลี่ยของปี 2554 ถึงร้อยละ 84.4 ในขณะอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อส่งออก(ส่งออกมากกว่าร้อยละ 60 ของการผลิตรวม) ถือว่าระดับการฟื้นฟูยังคงช้ากว่ากว่ากลุ่มอื่น โดยเฉพาะ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม ติดตั้งเครื่องจักรใหม่ หรือรอการนำเข้าเครื่องจักรเพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง ทำให้ขณะนี้ยังคงผลิตได้ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยของปี 2554 ถึงร้อยละ 17.3 แต่เชื่อว่าจะเดินหน้ากลับสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาสสามเป็นต้นไป ดังนั้น การผลิตที่เพิ่มขึ้นจึงนำไปสู่การปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกอย่างต่อเนื่อง แต่คงไม่ได้เป็นไปในอัตราเร่งมากนัก เพราะตลาดคู่ค้าหลักอย่าง จีน ยุโรปและสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตแผ่วลงตามทิศทางการชะลอลงของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติหนี้ยุโรปที่ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด แม้ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายมีโอกาสเห็นการส่งออกไปตลาดยุโรปขยายตัวเป็นบวกในอัตราสูงประมาณร้อยละ 11 แต่ก็เป็นภาพลวงตาจากฐานต่ำในช่วงอุทกภัย ทำให้ คาดว่า ยอดส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตราที่ร้อยละ 12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 54 และทำให้ทั้งปี 55 เติบโตที่ร้อยละ 7 เท่านั้น


วิเคราะห์และสรุปข่าว : ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบีมองว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนถึงการกลับมาขยายตัวอย่างยั่งยืนของประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ยังหาทางออกจากวิกฤติหนี้สาธารณะไม่ได้ เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯ การฟื้นตัวก็ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ดีผู้ส่งออกและภาครัฐไม่ควรสนใจแต่วิกฤติยุโรปเพียงอย่างเดียว และมองข้ามการแผ่วตัวในประเทศคู่ค้าอื่นๆ ทั้งนี้ทำให้คาดว่า แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง การผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติได้ทั้งหมดในไตรมาสสาม ยอดส่งออกจะเติบโตขึ้น

ผู้เสนอข่าว : นางสาวสุจิตรา  เคหารมย์  ID. 53112804111

ข่าวเรื่อง “ออสสิริส" ผนึก 4 ธนาคาร ออกบัตร P-CARD




นายบุญ​เลิศ สิริภัทรวณิช ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส จำกัด ร่วมกับ​ผู้บริหารธนาคารกรุง​เทพ ธนาคารกสิกร​ไทย ธนาคาร​ไทยพาณิชย์ ​และธนาคารทหาร​ไทย ร่วมกันออกบัตร​เดบิต  P-CARD ขยายช่องทาง​การชำระ​เงิน​แก่ลูกค้าออสสิริส ​เพื่ออำนวย​ความสะดวก ​เพิ่ม​ความปลอดภัย​ใน​การ​ทำธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำ ​โดยฟรีค่าธรรม​เนียม​ใน​การ​ใช้บริ​การ

แหล่งอ้างอิง : หนังสือพิมพ์​ไทย​โพสต์ -- พุธที่4 กรกฎาคม 2555

วิเคระห์ข่าว :  ผู้บริหารธนาคารกรุง​เทพ ธนาคารกสิกร​ไทย ธนาคาร​ไทยพาณิชย์ ​และธนาคารทหาร​ไทยร่วมกันออกบัตร​เดบิต  P-CARDเพื่อความสะดวกสบายของการชำระเงินของลูกค้าออสสิริสโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการใช้บริการ

ผู้เสนอข่าว : นางสาวณัฐชนิดา ชูสกุล ID : 53112894109

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

TMB สนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มเอราวัณเคมีเกษตรขานรับการขยายตัวภาคเกษตร



 อังคารที่ 3 กรกฎาคม 2555 

นายภูมิชาย ชูสกุลธนะชัย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบรรษัทธุรกิจ ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในรูปแบบของ Trade On Demand Financing, อัตราแลกเปลี่ยน, วงเงินเบิกเกินบัญชี และบริการ Cash Management ให้แก่กลุ่มบริษัท เอราวัณเคมีเกษตร ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืชและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชอย่างครบถ้วน


วงเงินสินเชื่อ Trade On Demand Financing ที่ทีเอ็มบีให้การสนับสนุนกลุ่ม บริษัท เอราวัณเคมีเกษตรครั้งนี้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยการบริหารจัดการที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ลูกค้าสามารถกำหนดระยะเวลาในการรับ/จ่ายเงินได้ด้วยตนเอง เพียงระบุรายการค่าใช้จ่าย จำนวนเงิน กำหนดวันชำระเงิน แจ้งรายชื่อซัพพลายเออร์ หลังจากนั้นธนาคารก็จะเป็นผู้ดำเนินการจ่ายตรงให้กับซัพพลายเออร์ทันที


ดังน้น ลูกค้าจะสามารถวางแผนบริหารวงเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความยุ่งยากในการจัดการต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นการมอบอำนาจทางการเงิน (Empowering Business Customer)ให้กับลูกค้าธุรกิจในการทำธุรกรรมรับ จ่ายเงิน (Transactional Banking) ในโมเดลธุกิจตามที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ทีเอ็มบียังเน้นการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มิเพียงเข้าใจความต้องการของลูกค้า แต่ยังพร้อมก้าวเคียงข้างลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ และเตรียมพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป




วิเคราะห์ข่าว : ธนาคารทหารไทยเปิดเผยว่าได้ให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในรูปแบบของ Trade On Demand Financing, อัตราแลกเปลี่ยน, วงเงินเบิกเกินบัญชี และบริการ Cash Management ให้แก่กลุ่มบริษัท เอราวัณเคมีเกษตรซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืชและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช  บริษัท เอราวัณเคมีเกษตรสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยการบริหารที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยากลูกค้าสามารถกำหนดระยะเวลาในการรับ/จ่ายเงินได้ด้วยตนเองดังน้น ลูกค้าจะสามารถวางแผนบริหารวงเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความยุ่งยากในการจัดการต่างๆ


ผู้เสนอข่าว : นาย กฤศ  ชัยประดิษฐ  ID 53112804114